ดราม่าเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ยังร้อนต่อ หลังหลายบ้านกังวลว่า ถ้าลูกนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี พ่อแม่อาจถูกมองว่ามีคนดูแลแล้ว และเสี่ยงหลุดสิทธิบัตรคนจน
อัปเดตวันนี้ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ระบุว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ สั่งให้ทบทวนเกณฑ์นี้แล้ว และให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการฯ พิจารณาด่วน โดยย้ำว่าวันนี้ยังเป็นแค่ขั้นตอนสำรวจสิทธิ ยังไม่ได้ตัดสิทธิใคร
สรุปข่าวล่าสุด บัตรคนจนกับเกณฑ์ลดหย่อนพ่อแม่
- วันนี้ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลและกระทรวงการคลังรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคม โดยเห็นว่ามีบางกรณีลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง ทำให้การใช้เกณฑ์นี้แบบตัดตรงอาจกระทบพ่อแม่ที่เดือดร้อน
- ท่าทีล่าสุดคือให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมพิจารณาทบทวนเกณฑ์นี้แบบเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
- จุดสำคัญของวันนี้คือ ‘เอกนิติ’ ระบุว่าเกณฑ์ลดหย่อนภาษีนี้จะไม่ได้ใช้ตัดสิทธิในปีนี้ หรืออย่างน้อยอยู่ในทิศทางที่จะไม่ถูกนำมาใช้ในรอบนี้ เพราะการลดหย่อนภาษีของปีที่ผ่านมาเกิดขึ้นไปแล้ว และอาจไม่เป็นธรรมถ้านำมาตัดสิทธิย้อนหลังในรอบนี้
- กระบวนการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังเดินต่อ ผู้ถือบัตรเดิมต้องยืนยันสิทธิระหว่างวันที่ 4-21 มิ.ย. 2569 และจะประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติวันที่ 17 ก.ค. 2569 ผ่านช่องทางที่รัฐกำหนด เช่น แอปเป๋าตัง แอปทางรัฐ เว็บไซต์โครงการ ตู้ ATM กรุงไทย และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง
- ‘เอกนิติ’ ยังระบุว่า กระทรวงมหาดไทยจะช่วยคัดกรองและสำรวจกลุ่มตกหล่นให้เสร็จในเดือน ก.ค. เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 คนที่ไม่เข้าเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจถูกขยับไปใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสแทน โดยใช้ได้ 2 เดือน
- ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังเคยชี้แจงว่า หากพ่อแม่ถูกตัดสิทธิจากเหตุลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้รับการเลี้ยงดูจริง สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ และจะพิจารณาฝั่งพ่อแม่เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม กระแสวิจารณ์ทำให้รัฐบาลต้องกลับมาทบทวนเกณฑ์นี้อีกครั้ง
ประเด็นที่คนคุยกันต่อจากข่าวนี้ ไม่ใช่แค่ว่าเกณฑ์นี้จะยกเลิกหรือไม่ แต่คือรัฐควรอ่านชีวิตคนจนจากข้อมูลในระบบได้แค่ไหน เพราะการมีชื่ออยู่ในแบบลดหย่อนภาษี ไม่ได้แปลว่าพ่อแม่มีเงินพอใช้จริง และการที่ลูกช่วยพ่อแม่บางส่วน ก็ไม่ได้แปลว่าพ่อแม่ไม่ควรได้รับสวัสดิการจากรัฐ
แล้วถ้าลูกเคยใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี รัฐควรมองว่าพ่อแม่มีคนดูแลแล้ว หรือควรดูรายได้และชีวิตจริงของพ่อแม่ก่อนตัดสิทธิ
ขอบคุณที่มา:
LINE TODAY
เรียบเรียงโดย:
กองบรรณาธิการ ThanKhao
ความคิดเห็นจากผู้อ่าน (0)