รายงานจากสื่อต่างประเทศ โรคไตเรื้อรัง และ ภาวะไตเสื่อม กำลังกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุน้อยที่มีแนวโน้มป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่หลายคนยังมองข้ามสัญญาณเตือนของโรค จนอาจพลาดโอกาสสำคัญในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ภาวะไตเสื่อม เกิดจากการที่ไตสูญเสียความสามารถในการทำงานตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการกรองของเสียออกจากเลือด การผลิตฮอร์โมน การควบคุมสมดุลแร่ธาตุ การสร้างปัสสาวะ การกำจัดสารพิษ รวมถึงการควบคุมความดันโลหิต ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก
ขณะที่หลายคนยังมองข้ามสัญญาณเตือนของโรค จนอาจพลาดโอกาสสำคัญในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระบุว่า นอกจากการดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว การสังเกตความผิดปกติของร่างกายก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะ “มือ” ซึ่งอาจส่งสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของไตผ่าน 5 อาการต่อไปนี้
1. มือบวมผิดปกติ
อาการบวมที่มืออาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคตับ การตั้งครรภ์ หรืออาการแพ้ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไตได้เช่นกัน
เมื่อไตทำงานผิดปกติ ความสามารถในการกำจัดของเหลวส่วนเกินจะลดลง ส่งผลให้ของเหลวสะสมในร่างกายและรั่วออกจากหลอดเลือด จนเกิดอาการบวมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ลักษณะเด่นของอาการบวมจากโรคไตคือ มักเกิดขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกัน เช่น บวมที่มือทั้งสองข้าง เปลือกตาทั้งสองข้าง หรือขาทั้งสองข้าง นอกจากนี้ บริเวณที่บวมมักมีลักษณะนิ่ม สีซีด และเมื่อใช้นิ้วกดจะเกิดรอยบุ๋ม
2. เหงื่อออกที่ฝ่ามือมากผิดปกติ
โดยทั่วไป น้ำส่วนเกินในร่างกายจะถูกกำจัดออกผ่านทางปัสสาวะ แต่หากไตทำงานผิดปกติ กระบวนการขับน้ำและของเสียอาจถูกรบกวน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากพบว่าฝ่ามือมีเหงื่อออกมากกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกาย
3. ฝ่ามือแดงโดยไม่ทราบสาเหตุ
ฝ่ามือที่มีรอยแดงผิดปกติอาจสะท้อนถึงความบกพร่องในการทำงานของไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ซึ่งระบบกำจัดของเสียและควบคุมสมดุลภายในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากโรคไตเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคตับ เช่น ตับแข็งหรือมะเร็งตับ รวมถึงโรคหัวใจและโรคทางระบบทางเดินหายใจบางชนิด จึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
4. มือชา หรือคันเรื้อรัง
อาการชาที่มือและเท้าเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ในผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากเมื่อไตไม่สามารถกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารพิษต่าง ๆ จะสะสมในเลือดและส่งผลต่อระบบประสาท
นอกจากนี้ เมื่อของเสียสะสมในร่างกายมากขึ้น ผิวหนังอาจกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขับสารพิษ ส่งผลให้เกิดอาการคัน ผื่น หรือแม้แต่แผลเรื้อรังได้
ในผู้ป่วยโรคไตระยะลุกลาม อาการคันมักรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากระดับยูเรีย ฟอสฟอรัส และแร่ธาตุบางชนิดในเลือดสูงเกินปกติจากการที่ไตไม่สามารถขับออกได้
5. เล็บมีลักษณะผิดปกติ
ความผิดปกติของเล็บอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพของไต โดยเฉพาะเล็บที่เปราะหักง่าย มีร่องนูนหรือเส้นลายผิดปกติบนผิวเล็บ
ในคนที่มีสุขภาพดี เล็บมักเรียบเนียน สีสม่ำเสมอ และแข็งแรง แต่หากเล็บเริ่มเปราะ แตกหักง่าย หรือมีพื้นผิวขรุขระ อาจสะท้อนถึงความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญและการกำจัดของเสียในร่างกาย
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้สังเกตลักษณะเล็บที่มีสีแบ่งเป็นสองส่วน คือ ส่วนล่างสีขาวและส่วนปลายสีน้ำตาล ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนที่พบได้ในผู้ป่วยโรคไตบางราย เนื่องจากระดับยูเรียในเลือดสูงผิดปกติและเกิดการสะสมของของเสียในร่างกาย
อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำว่า การมีอาการเพียงหนึ่งหรือหลายข้อข้างต้น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคไตอย่างแน่นอน เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคหรือภาวะสุขภาพอื่นได้เช่นกัน
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น เพราะการตรวจพบโรคไตในระยะเริ่มต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงในอนาคตได้อย่างมาก
ความคิดเห็นจากผู้อ่าน (0)