เด่นออนไลน์ วิเคราะห์เจาะลึก แพทย์เตือน! หากพบ 5 สัญญาณผิดปกติบน “มือ” อาจเป็นสัญญาณเตือน สรุปปมร้อน
0% อ่านแล้ว
BREAKING NEWS: LIVE
🔥 ข่าวด่วน
หน้าแรก ตรวจหวย 🔮 ดูดวง 🎮 มินิเกม 💬 แชทสด เด่นออนไลน์ รอบโลก ทุกทิศทั่วไทย บันเทิง
เด่นออนไลน์

วิเคราะห์เจาะลึก แพทย์เตือน! หากพบ 5 สัญญาณผิดปกติบน “มือ” อาจเป็นสัญญาณเตือน สรุปปมร้อน

เขียนโดย: กองบรรณาธิการ LiveNews 3 มิ.ย. 2569 เวลาอ่าน:  21 นาที 0 ครั้ง
ฟังเสียงอ่านข่าว AI (Audio Reader) NATURAL VOICE คลิกปุ่มซ้ายมือเพื่อเปิดใช้งานจำลองเสียงอ่านข่าว

AI วิเคราะห์ข่าว (AI Intelligence)

กดคลิกเพื่ออ่าน
วิเคราะห์เจาะลึก แพทย์เตือน! หากพบ 5 สัญญาณผิดปกติบน “มือ” อาจเป็นสัญญาณเตือน สรุปปมร้อน
ภาพประกอบ: วิเคราะห์เจาะลึก แพทย์เตือน! หากพบ 5 สัญญาณผิดปกติบน “มือ” อาจเป็นสัญญาณเตือน สรุปปมร้อน
เครดิต: กองบรรณาธิการ LiveNews

รายงานจากสื่อต่างประเทศ โรคไตเรื้อรัง และ ภาวะไตเสื่อม กำลังกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุน้อยที่มีแนวโน้มป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่หลายคนยังมองข้ามสัญญาณเตือนของโรค จนอาจพลาดโอกาสสำคัญในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ภาวะไตเสื่อม เกิดจากการที่ไตสูญเสียความสามารถในการทำงานตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการกรองของเสียออกจากเลือด การผลิตฮอร์โมน การควบคุมสมดุลแร่ธาตุ การสร้างปัสสาวะ การกำจัดสารพิษ รวมถึงการควบคุมความดันโลหิต ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก

ขณะที่หลายคนยังมองข้ามสัญญาณเตือนของโรค จนอาจพลาดโอกาสสำคัญในการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระบุว่า นอกจากการดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว การสังเกตความผิดปกติของร่างกายก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะ “มือ” ซึ่งอาจส่งสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของไตผ่าน 5 อาการต่อไปนี้

1. มือบวมผิดปกติ

อาการบวมที่มืออาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคตับ การตั้งครรภ์ หรืออาการแพ้ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไตได้เช่นกัน

เมื่อไตทำงานผิดปกติ ความสามารถในการกำจัดของเหลวส่วนเกินจะลดลง ส่งผลให้ของเหลวสะสมในร่างกายและรั่วออกจากหลอดเลือด จนเกิดอาการบวมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

ลักษณะเด่นของอาการบวมจากโรคไตคือ มักเกิดขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกัน เช่น บวมที่มือทั้งสองข้าง เปลือกตาทั้งสองข้าง หรือขาทั้งสองข้าง นอกจากนี้ บริเวณที่บวมมักมีลักษณะนิ่ม สีซีด และเมื่อใช้นิ้วกดจะเกิดรอยบุ๋ม

2. เหงื่อออกที่ฝ่ามือมากผิดปกติ

โดยทั่วไป น้ำส่วนเกินในร่างกายจะถูกกำจัดออกผ่านทางปัสสาวะ แต่หากไตทำงานผิดปกติ กระบวนการขับน้ำและของเสียอาจถูกรบกวน

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากพบว่าฝ่ามือมีเหงื่อออกมากกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกาย

3. ฝ่ามือแดงโดยไม่ทราบสาเหตุ

ฝ่ามือที่มีรอยแดงผิดปกติอาจสะท้อนถึงความบกพร่องในการทำงานของไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ซึ่งระบบกำจัดของเสียและควบคุมสมดุลภายในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม อาการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากโรคไตเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับโรคตับ เช่น ตับแข็งหรือมะเร็งตับ รวมถึงโรคหัวใจและโรคทางระบบทางเดินหายใจบางชนิด จึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์

4. มือชา หรือคันเรื้อรัง

อาการชาที่มือและเท้าเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ในผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากเมื่อไตไม่สามารถกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารพิษต่าง ๆ จะสะสมในเลือดและส่งผลต่อระบบประสาท

นอกจากนี้ เมื่อของเสียสะสมในร่างกายมากขึ้น ผิวหนังอาจกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขับสารพิษ ส่งผลให้เกิดอาการคัน ผื่น หรือแม้แต่แผลเรื้อรังได้

ในผู้ป่วยโรคไตระยะลุกลาม อาการคันมักรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากระดับยูเรีย ฟอสฟอรัส และแร่ธาตุบางชนิดในเลือดสูงเกินปกติจากการที่ไตไม่สามารถขับออกได้

5. เล็บมีลักษณะผิดปกติ

ความผิดปกติของเล็บอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพของไต โดยเฉพาะเล็บที่เปราะหักง่าย มีร่องนูนหรือเส้นลายผิดปกติบนผิวเล็บ

ในคนที่มีสุขภาพดี เล็บมักเรียบเนียน สีสม่ำเสมอ และแข็งแรง แต่หากเล็บเริ่มเปราะ แตกหักง่าย หรือมีพื้นผิวขรุขระ อาจสะท้อนถึงความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญและการกำจัดของเสียในร่างกาย

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้สังเกตลักษณะเล็บที่มีสีแบ่งเป็นสองส่วน คือ ส่วนล่างสีขาวและส่วนปลายสีน้ำตาล ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนที่พบได้ในผู้ป่วยโรคไตบางราย เนื่องจากระดับยูเรียในเลือดสูงผิดปกติและเกิดการสะสมของของเสียในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำว่า การมีอาการเพียงหนึ่งหรือหลายข้อข้างต้น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคไตอย่างแน่นอน เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคหรือภาวะสุขภาพอื่นได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น เพราะการตรวจพบโรคไตในระยะเริ่มต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงในอนาคตได้อย่างมาก

ให้คะแนนบทความนี้ (Rate this Article)

ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพข่าวสารของเรา

กำลังโหลดคะแนนเฉลี่ย...

สมัครรับข่าวสารพิเศษทางอีเมล (Newsletter)

ไม่พลาดข่าวด่วน บทวิเคราะห์เจาะลึก และสถิติเลขเด็ดส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณทุกสัปดาห์

ความคิดเห็นจากผู้อ่าน (0)

กรุณาตอบคำถามความปลอดภัยเพื่อป้องกันสแปม: ...
ยังไม่มีความคิดเห็น ร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก!
แผงควบคุมการอ่าน
ขนาดตัวอักษร
ปกติ
ธีมการอ่าน